1. การเปลี่ยนแปลงในตลาดยานยนต์โลก: การเพิ่มขึ้นของรถยนต์พลังงานใหม่
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดยานยนต์โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ด้วยความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มมากขึ้นและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) จึงค่อยๆ กลายเป็นกระแสหลัก สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกแตะ 10 ล้านคันในปี 2565 และคาดว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในปี 2573 ในฐานะตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จีนได้กลายเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานใหม่อย่างรวดเร็ว ด้วยศักยภาพการผลิตที่แข็งแกร่งและการสนับสนุนด้านนโยบาย
ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ การส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่ของจีนกำลังเผชิญกับโอกาสที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผู้ผลิตรถยนต์จีนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ กำลังหันมาให้ความสนใจกับตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป อเมริกาเหนือ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในฐานะตัวแทนของรถยนต์พลังงานใหม่ของจีน BYD ได้ก้าวขึ้นมาจากกระแสนี้ และกลายเป็นผู้เล่นหลักในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลก
2. ประวัติการพัฒนาของ BYD: จากการผลิตแบตเตอรี่สู่ผู้นำระดับโลก
บีวายดีก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2538 ในฐานะผู้ผลิตแบตเตอรี่ ด้วยความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ บีวายดีจึงค่อยๆ ขยายธุรกิจสู่การผลิตรถยนต์ ในปี พ.ศ. 2546 บีวายดีได้เปิดตัวรถยนต์พลังงานเชื้อเพลิงรุ่นแรก ซึ่งถือเป็นการเข้าสู่ตลาดยานยนต์อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจพลิกโฉมตัวเองเป็นผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ในปี พ.ศ. 2551 ได้เปลี่ยนแปลงโชคชะตาของบีวายดีอย่างแท้จริง
ด้วยการสนับสนุนจากนโยบายระดับชาติ บีวายดีจึงเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว ในปี พ.ศ. 2553 บีวายดีได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น e6 ที่ผลิตจำนวนมากเป็นครั้งแรก ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกๆ ที่เข้าสู่ตลาดจีน นับแต่นั้นมา บีวายดียังคงเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่นอย่างต่อเนื่อง ทั้งรถโดยสารไฟฟ้า รถยนต์นั่งส่วนบุคคล และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ จนค่อยๆ ได้รับความนิยมทั้งในตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา BYD ได้พัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า แบตเตอรี่ “Blade Battery” ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านความหนาแน่นพลังงานสูงและความปลอดภัย ได้กลายมาเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันหลักในรถยนต์ไฟฟ้าของ BYD นอกจากนี้ BYD ยังได้ขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกอย่างแข็งขัน โดยตั้งฐานการผลิตและเครือข่ายการขายในยุโรป อเมริกาใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งตอกย้ำสถานะที่แข็งแกร่งในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ระดับโลก
3. แนวโน้มในอนาคต: BYD เป็นผู้นำเทรนด์ใหม่ในการส่งออกยานยนต์ของจีน
ด้วยความมุ่งมั่นระดับโลกในการปกป้องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ความต้องการรถยนต์พลังงานใหม่ในตลาดจึงเติบโตอย่างต่อเนื่อง BYD ด้วยศักยภาพทางเทคนิคที่แข็งแกร่งและส่วนแบ่งทางการตลาด กำลังเป็นผู้นำเทรนด์ใหม่ในการส่งออกรถยนต์ของจีน จากข้อมูลล่าสุด BYD มียอดส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าสูงถึง 300,000 คันในปี 2565 ทำให้ BYD กลายเป็นผู้ส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่รายใหญ่ที่สุดในประเทศจีน
เมื่อมองไปข้างหน้า BYD จะยังคงขยายการดำเนินงานในตลาดต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าเป็น 1 ล้านคันภายในปี 2568 ในเวลาเดียวกัน BYD จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับความร่วมมือกับผู้ผลิตรถยนต์ระดับนานาชาติ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและการวิจัยและพัฒนาร่วมกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก
ในระดับนโยบาย รัฐบาลจีนยังส่งเสริมการส่งออกยานยนต์พลังงานใหม่โดยแข็งขัน และได้นำเสนอนโยบายสนับสนุนต่างๆ มากมาย รวมถึงการลดหย่อนและยกเว้นภาษี เงินอุดหนุนการส่งออก เป็นต้น นโยบายเหล่านี้จะให้การสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งต่อการพัฒนายานยนต์พลังงานใหม่ของจีนในระดับนานาชาติ
กล่าวโดยสรุป การเติบโตของผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ของจีนอย่าง BYD ส่งผลให้การส่งออกรถยนต์ของจีนกำลังได้รับโอกาสใหม่ๆ ในอนาคต ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการขยายตัวของตลาดอย่างต่อเนื่อง รถยนต์พลังงานใหม่ของจีนจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในตลาดโลก สำหรับผู้ซื้อต่างประเทศ การเลือกใช้รถยนต์พลังงานใหม่ของจีนไม่เพียงแต่เป็นวิธีการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นเทรนด์การเดินทางแห่งอนาคตอีกด้วย
อีเมล:edautogroup@hotmail.com
โทรศัพท์ / WhatsApp:+8613299020000
เวลาโพสต์: 30 ส.ค. 2568